page38
เหงือกปลาหมอ งานวิจัยและสรรพคุณ 38 ข้อ
ชื่อสมุนไพร เหงือกปลาหมอ
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น แก้มหมอ (สตูล), อีเกร็ง (ภาคกลาง), แก้มหมอเล (กระบี่), นางเกร็ง, จะเกร็ง ฯลฯ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Acanthus ebracteatus Vahl. (เหงือกปลาหมอดอกสีขาว) Acanthus ilicifolius L. var. ilicifolius (เหงือกปลาหมอดอกสีม่วง)
ชื่อสามัญ Sea Holly.
วงศ์ ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิดเหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอ นับว่าเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นของไทยเราเพราะมีประวัติในการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณแล้ว ซึ่งเหงือกปลาหมอนี้เป็นพรรณไม้ที่มักขึ้นกลางแจ้ง และมักจะพบมากในบริเวณป่าชายเลน หรือ ตามพื้นที่ชายน้ำริมฝั่งคลอง เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม และมีความชื้นสูง หรือ ในแถบที่ดินเค็มและไม่ชอบที่ดอน แถบภาคอีสารก็มีรายงายว่าปลูกได้เช่นกัน เหงือกปลาหมอ พบอยู่ 2 พันธุ์ คือ ชนิดดอกสีขาว Acanthus ebracteatus Vahl พบมากในภาคกลางและภาคตะวันออก ชนิดดอกสีม่วง Acanthus ilicifolius L. พบทางภาคใต้ อีกทั้งเหงือกปลาหมอยังเป็นพันธุ์ไม่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย
ประโยชน์และสรรพคุณเหงือกปลาหมอ
แก้น้ำเหลืองเสีย
ช่วยบำรุงรักษารากผม
แก้ประดง
เป็นยาอายุวัฒนะ
รักษาตกขาว
ช่วยระดูขาวของสตรี
แก้ไข้ แก้ไข้หนาวสั่น
แก้ลมพิษฝี
แก้ฝี แก้ฝีทราง
ใช้เป็นยาขับพยาธิ
เป็นยาแก้ไอ
รักษาโรคผิวหนังจำพวกพุพอง น้ำเหลืองเสีย
เป็นยาแก้โรคงูสวัด
ช่วยบำรุงประสาท
ช่วยขับเสมหะ
แก้มะเร็ง
ช่วยในการเจริญอาหาร
ช่วยให้เลือดลมปกติ
รักษาปอดบวม
ช่วยรักษาวัณโรค
ช่วยแก้โรคกระเพาะ
ช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติของสตรี
ช่วยรักษานิ่วในไต
ใช้รักษาแผลฝีหนอง
แก้ผื่นคัน
แก้ผิวแตกทั้งตัว
แก้หืด
แก้ไขข้ออักเสบ
แก้ปวดต่างๆ
บำรุงผิวพรรณ
ช่วยแก้โรคกระษัย
แก้อาการซูบผอมเหลืองทั้งตัว
แก้อาการร้อนทั้งตัว เจ็บระบบทั้งตัว
แก้ตัวแห้ง
แก้เวียนศีรษะ
แก้หน้ามืดตามัว
แก้มือตายตีนตาย
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
รูปแบบและขนาดวิธีใช้
ยับยั้งโรคมะเร็งต้านมะเร็ง นำเหงือกปลาหมอ ทั้ง 5 ส่วน (ราก, ต้น, ใบ, ผล, เมล็ด) มาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
รักษาประจำเดือนมาผิดปกติ นำทั้งต้นมาตำผสมกับน้ำมันงา และน้ำผึ้งนำมารับประทาน
แก้ผื่นคัน นำใบและต้นสดประมาณ 3-4 กำมือนำมาสับต้นน้ำอาบเป็นประจำ 3-4 ครั้ง
แก้ไข้หนาวสั่น นำทั้งต้นมาตำผสมกับขิง
แก้ผิวแตกทั้งตัว นำทั้งต้นของเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน และดีปลี 1 ส่วน ใช้ผสมกันบดให้เป็นผงชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการ
ขับเสมหะ บำรุงประสาท แก้ไอ แก้หืด รักษามุตกิดระดูขาว นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
รักษาโรคผิวหนัง ขับน้ำเหลืองเสียแก้แผลผุพอง เป็นฝีบ่อยๆ นำต้น ใบ และเมล็ดต้มกับน้ำอาบ
แก้ไขข้ออักเสบ แก้ปวดต่างๆ นำใบมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้อายุยืน ร่างกายแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี เส้นเลือดไม่อุดตัน บำรุงผิวพรรณ ด้วยการใช้ทั้งต้นเหงือกปลาหมอนำมาตำผสมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2:1 แล้วคลุกเคล้าผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอนไว้รับประทาน
ช่วยแก้โรคกระษัย อาการซูบผอมเหลืองทั้งตัว ด้วยการใช้ทั้งต้นของเหงือกปลาหมอนำมาตำเป็นผงกินทุกวัน
แก้อาการร้อนทั้งตัว เจ็บระบบทั้งตัว ตัวแห้ง เวียนศีรษะ หน้ามืดตามัว มือตายตีนตาย ด้วยการใช้ทั้งต้นของเหงือกปลาหมอและเปลือกมะรุม อย่างละเท่ากัน ใส่หม้อต้มผสมกับเกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ แล้วใช้ฟืน 30 ดุ้น ต้มกับน้ำเดือดจนงวดแล้วยกลง เมื่อเสร็จให้กลั้นใจกินขณะอุ่นๆ จนหมด อาการก็จะดีขึ้น
รากช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ หรือ จะใช้เมล็ดนำมาต้มดื่มแก้อาการไอก็ได้เช่นกัน
แก้อาการไอ เมล็ดใช้ผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วเอาแต่น้ำมากินเป็นยาแก้ไอ
ช่วยแก้โรคกระเพาะ ด้วยการใช้ทั้งต้น และพริกไทย (10:5 ส่วน) ตำผสมปั้นเป็นยาลูกกลอน
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อย นำมาตำละลายกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือ จะใช้ปรุงกับฟ้าทะลายโจร ใช้รมหัวริดสีดวงก็ได้
ยาสมุนไพรพื้นบ้าน ใช้ ใบ ต้มกับน้ำดื่ม แก้นิ่วในไต ทั้งต้น 10 ส่วน เข้ากับพริกไทย 5 ส่วน ทำเป็นยาลูกกลอน แก้โรคกระเพาะ ขับเลือด เป็นยาอายุวัฒนะ ทั้งต้น ใช้รักษาแผลฝีหนอง ใช้ ใบและต้น แก้ตกขาว โดยตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง หรือ น้ำมันงา ปั้นเป็นลูกกลอนรับประทาน
ในปัจจุบันเหงือกปลาหมอ มีการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยาแคปซูลสมุนไพรเหงือกปลาหมอ ยาชงสมุนไพรและยาเม็ด มีสรรพคุณใช้รักษาโรคผิวหนังอีกทั้งเหงือกปลาหมอยังเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการอบตัว คือ การอบตัวด้วยไอน้ำที่ได้จากการต้มสมุนไพร และการอบเปียกแบบเข้ากระโจม โดยเหงือกปลาหมอมีสรรพคุณสำหรับรักษาโรคผิวหนัง นอกจากนี้เหงือกปลาหมอยังเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมและสบู่สมุนไพร เป็นต้น
ลักษณะทั่วไปของเหงือกปลาหมอ
ต้นเหงือกปลาหมอ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นแข็ง มีหนามอยู่ตามข้อของลำต้น ข้อละ 4 หนาม ลำต้นกลม กลวง ตั้งตรง มีสีขาวอมเขียว ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 เซนติเมตร
ใบเหงือกปลาหมอ ใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบมีหนามคมอยู่ริมขอบใบ และปลายใบ ขอบใบเว้าเป็นระยะๆ ผิวใบเรียบเป็นมันลื่น แผ่นใบสีเขียว เส้นใบสีขาว มีเหลือบสีขาวเป็นแนวก้างปลา เนื้อใบแข็งและเหนียว ใบกว้างประมาณ 4-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ใบจะออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ก้านใบสั้น
ดอกเหงือกปลาหมอ ออกดอกเป็นช่อตั้งตามปลายยอด ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ทั้งนี้สีของดอกขึ้นอยู่กับพันธุ์ของต้นเหงือกปลาหมอ คือ ดอกมีทั้งพันธุ์ดอกสีม่วง หรือสีฟ้า และพันธุ์ดอกสีขาว แต่ลักษณะอื่นๆเหมือกัน คือ ที่ดอกมีกลีบรองดอกมี 4 กลีบ กลีบแยกจากกัน ส่วนกลีบดอกเป็นท่อปลายบานโต ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร บริเวณกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่
ผลเหงือกปลาหมอ ลักษณะของผลเป็นฝักสีน้ำตาล ลักษณะของฝักเป็นทรงกระบอกกลมรี รูปไข่ ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เปลือกฝักมีสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน ข้างในฝักมีเมล็ด 4 เมล็ด
เหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอ
การขยายพันธุ์เหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอ สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการใช้กิ่งปักชำ แต่วิธีที่เป็นที่นิยมและได้ผลผลิตที่ดี คือ การใช้กิ่งปักชำ นำกิ่งที่ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป อายุ 1-2 ปี มาชำลงในดินโคลน คอยรดน้ำให้ชุ่ม ประมาณ 2 เดือน จะงอกราก จึงทำการย้ายปลูก ก่อนปลูกควรเตรียมแปลงปลูก ระยะปลูก 80x80 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก ใส่ปุ๋ยคอกหว่านรอบโคนต้นปีละ 2 ครั้งๆ ละ 1 กก./ต้น ใส่ปุ๋ยบ่อยขึ้นในกรณีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตบ่อย ทำให้ต้นโทรม ใบเป็นสีเหลือง กำจัดวัชพืชดูแลรักษาแปลงให้สะอาด
หลังปลูก 1 ปี จึงจะเก็บผลผลิต โดยตัดกิ่งให้หมอทั้งต้น (ตอ) ให้เหลือความยาวครึ่งหนึ่ง เพื่อแตกใหม่ในปีต่อไป กิ่งที่ได้นำมาสับเป็นท่อนๆ ละ 6 นิ้ว นำไปตากแดดจนแห้งดี หรือ อบแห้ง กิ่งและใบสด 3 กก. จะตากแห้งได้ 1 กก. และผลผลิตจากต้นอายุ 1 ปี จำนวน 4 ต้น (กอ) จะมีน้ำหนักสด 1 กก.


