page34
เจียวกู่หลาน งานวิจัยและสรรพคุณ 31 ข้อ
ชื่อสมุนไพร เจียวกู่หลาน
ชื่ออื่นๆ ชื่อท้องถิ่น ปัญจขันธ์ (ไทย) เจียวกู่หลาน (จีนกลาง) ชาสตูล (ไทย) อะมาซูรู (ญี่ปุ่น)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Gynostemma pentaphyllum Makino
ชื่อภาษาอังกฤษ Miracle grass, Southen ginseng, Xiancao
ชื่อสามัญ Sweet tea vine
วงศ์ Cucurbitaceae
ถิ่นกำเนิดเจียวกู่หลาน
เจียวกู่หลานมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย ในบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ 3 เป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ 300 – 3200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน และมีการปลูกเจียวกู่หลานกระจายไปยังประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบตามธรรมชาติที่ดอยอินทนนท์ และมีการนำมาปลูกทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ชัยภูมิ จันทบุรีและนครราชสีมา เพราะมีสภาพพื้นที่รวมถึงสภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูก โดยเจียวกู่หลานนั้นเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มและชอบดินร่วนปนทรายที่เป็นกรดอ่อนมีค่า PHอยู่ในช่วง 5.5 – 6.5 สามารถระบายน้ำได้ดีหน้าดินอุ้มน้ำ และอยู่ในระดับความสูง 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป จนถึง 3200 เมตร (แต่จะชอบพื้นที่ตามภูเขา หุบเหว รวมถึงสองฟากตลิ่งลำห้วยในหุบเขา) และอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเจียวกู่หลาน คือ 16 – 28 องศาเซลเซียส ปริมาณแสง ร้อยละ 40 – 80 และมีความชื้นสัมพันธ์มากกว่าร้อยละ 80
ประโยชน์และสรรพคุณเจียวกู่หลาน
ช่วยลดโคเลสเตอรรอลชนิด LDL
รักษาสมดุลในการเกิดของไขมัน HDL
ลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน
ช่วยทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันได้ดี
ช่วยปรับความสมดุลของระบบความดันโลหิต
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
ช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของเซลล์ในร่างกาย
ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ
ช่วยต้านการอักเสบ
แก้ปวด
แก้ปวดศีรษะไมเกรน
ช่วยขับเสมหะ
แก้ไอ
ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
ช่วยเสริมลดอาการแพ้
รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง
ช่วยการทำงานของระบบกล้ามเนื้อหัวใจและระบบการไหลเวียนของโลหิต
เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์
ช่วยเสริมสร้างเซลล์ไขกระดูกและเม็ดเลือดขาว
ช่วยลดอาการผมหงอก
ช่วยลดผมร่วง
ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้ออสุจิ
มีฤทธิ์ยับยั้ง gnzyme HIV protease ทำให้เชื้อไวรัส HIV ไม่เพิ่มจำนวนขึ้น
ช่วยลดภาวการณ์เกิดพิษเรื้อรังที่ตับ
ช่วยลดการเกิด fibrosis
ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพต่อการสั่งงานของสมอง
ช่วยลดปัญหาความจำเสื่อมได้
ช่วยในการบำรุงสายตา
มีสารช่วยบำรุงร่างกาย
รูปแบบขนาดวิธีการใช้เจียวกู่หลาน
รูปแบบการใช้นั้น สามารถใช้ได้ตามตำรับยาต่างๆ ได้ และในปัจจุบันมีสารสกัดเจียวกู่หลานและทำในรูปแบบยาแผนปัจจุบันและชาชงกันอย่างแพร่หลาย และมีขนาดการใช้แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ขนาดที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะชะลอความแก่ ให้ใช้ยาแห้งบดเป็นผงใส่ในแคปซูล ให้รับประทานครั้งละไม่เกิน 3 กรัม ตามตำรับยาไทยโบราณ ใช้เข้ากับตำรายาตามต้องการ
ลักษณะทั่วไปเจียวกู่หลาน
แบ่งได้เป็น 2 สายพันธุ์ คือ
1. เจียวกู่หลานป่าเป็นพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ รสชาติที่ได้จะมีรสขม
2. เจียวกู่หลานบ้าน คือ ปลูกตามแหล่งปลูกทั่วไป รสชาติจะมีรสขมปนหวาน
ต้นเจียวกู่หลาน
เจียวกู่หลานจัดอยู่พรรณไม้ล้มลุกตระกูลหญ้าแบบเถาเลื้อย ยาว ประมาณ 1 – 150 เซนติเมตร มีรากอยู่ใต้ดินเป็นรากเลื้อย เส้นเล็ก ยาวประมาณ 50 – 100 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรากประมาณ 1 เซนติเมตร ลำต้นเป็นข้อๆ มีมือเกาะตามข้อ มีขนบางๆ เล็กน้อย เลื้อยไปตามพื้นหรือเลื้อยพันกับพืชชนิดอื่นๆ
ใบเจียวกู่หลาน
ใบออกเรียงสลับ มักเรียบแบบขนนก กิ่งหนึ่งมีใบประมาณ 3 – 7 ใบ ลักษณะของใบเจียวกู่หลานเป็นรูปกลมรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบกลม ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยเล็กน้อย ตรงกลางของใบยาวได้ประมาณ 4 - 8 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร เส้นใบล่างมีขนสั้นปกคลุม ใบ 2 ข้าง มักเรียงคู่กันเล็กกว่าใบตรงกลาง
ดอกเจียวกู่หลาน
ออกดอกเป็นกระจุกมีสีเหลืองเขียว โดยจะออกตามซอกใบ ดอกเจียวกู่หลานเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกเป็นเส้น ปลายแหลมยาว ได้ประมาณ 1 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน มีเกสรเพศเมีย 3 อัน
ผลเจียวกู่หลาน
ลักษณะของผลเจียวกู่หลานเป็นรูปทรงกลม ผลอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวออกดำ ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 – 8 มิลลิเมตร ในผลมีเมล็ด ลักษณะเป็นรูปกลมรี ยาวได้ประมาณ 4 มิลลิเมตร เมล็ดจะเป็นเส้นย่น
การขยายพันธุ์เจียวกู่หลาน
พันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้า
1. พันธุ์อ่างขาง เป็นพันธุ์ที่ปลูกและขยายพันธุ์โดยมูลนิธิโครงการหลวงอ่างขาง
2. พันธุ์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยภาคเอกชนนำสมุนไพรเจียวกู่หลานมาปลูกขยายพันธุ์และจำหน่าย
การเตรียมพันธุ์เจียวกู่หลาน
1. การเพาะเมล็ดเจียวกู่หลาน ใช้วัสดุเพาะเป็นทรายละเอียด โดยหว่านเมล็ดในแปลงเพาะ จากนั้น 8 – 14 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก ทำการย้ายกล้าเมื่อมีใบจริง 2 – 3 ใบ ควรเพาะเมล็ดในช่วงอากาศเย็น แต่ไม่ควรเพาะเมล็ดในช่วงฝนตกชุก หรือหยอดเมล็ด 2 – 3 ใบ ลงในหลุมปลูกโดยตรง
2. การปักชำ ใช้เถาที่เจริญเติบโตเต็มที่ ไม่อ่อนหรือไม่แก่เกินไป ตัดเป็นท่อนๆ ให้มี 3 – 4 ข้อ ริดใบที่อยู่ 2 ข้อล่างออก ปักลงดินให้ลึก 1 – 2 ข้อ โดยปักให้เอียงเล็กน้อย ทำมุมประมาณ 45 องศา เอนส่วนปลายไปทางทิศตะวันตก เมื่อรากงอกและยอดยางประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยรากจะงอกประมาณ 7 วันหลังปักชำ
3. การขยายพันธุ์เจียวกู่หลานโดยใช้ลำต้นใต้ดิน โดยขุดลำต้นใต้ดินขึ้นมา ตัดเป็นท่อนๆ ขนาด 5 เซนติเมตร ในแต่ละท่อนมี 1 – 2 ข้อ ขุดหลุมเป็นแนว ใช้ 1 ท่อนพันธุ์ต่อหลุม
4. การเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยเก็บเกี่ยวผลแก่จัดที่มีลักษณะสมบูรณ์ ประมาณปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน นำไปทำให้แห้ง เอาเปลือกออก เก็บเมล็ดในที่เย็น แห้ง อากาศถ่ายเทได้ดี
สภาพพื้นที่ปลูกเจียวกู่หลาน
• เจียวกู่หลานเจริญเติบโตได้ทั้งบนเขาและที่ราบ ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 300 – 3200 เมตร
• สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม อุณหภูมิ 16 – 28 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์ที่เหมาะสมมากกว่าร้อยละ 80
• ลักษณะดิน ควรเป็นดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนหรือด่างอ่อน มีการระบายน้ำได้ดี ความชื้นในดินไม่สูงเกินไป แต่หน้าดินต้องสามารถอุ้มน้ำได้ดี
• ความต้องการแสง ขอบที่ร่ม อากาศชื้น ไม่ทนความแห้งแล้ง มีปริมาณแสงร้อยละ 40 – 60
องค์ประกอบทางเคมีของเจียวกู่หลาน
Gypenoside Flavonoids ส่วนประกอบอื่นๆ ที่พบได้เช่นเดียวกับที่พบในโสม 6 ชนิด และคล้ายกันกับที่พบในโสมอีกหลายชนิด เช่น Glycoside, Saponin เป็นต้น แร่ธาตุต่างๆ เช่น ซีลีเนียม แมงกานีส ทองแดง เจอมาเนียม เหล็ก แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ซิงค์ แคลเซียม กรดอะมิโน เช่น Arginine, Cystine, Flycine, Lysine, Phenylanine เป็นต้น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน


